รีวิว – MSI GP73 8RE Leopard Gaming Notebook จอ 17.3″ ราคาคุ้ม 43,900 บาท i7 + GTX1060

0

Review – MSI GP73 8RE Leopard Gaming Notebook จอ 17.3″ ราคาคุ้ม 43,900 บาท i7 + GTX1060

MSI GP73 8RE Leopard หนึ่งในโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i7-8750H รุ่นล่าสุดจากแบรนด์ MSI ในรุ่นที่คุ้มค่าตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งด้านการออกแบบ ประสิทธิภาพ การพกพา รวมไปถึงการใช้งาน ซึ่งโน้ตบุ๊ครุ่นนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้งานหน้าจอขนาด 17.3″ อีกทั้งยังเป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับการ์ดจอ NVIDIA Geforce GTX 1060  ทำให้รอบรับการเล่นเกมได้อย่างดีเยี่ยม ไปจนถึงสามารถรองรับการอัพเกรดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานที่สูงขึ้นได้ในอนาคต ที่โดดเด่นด้วยไฟคีย์บอร์ดหลากสีเหมือนกับ GE Series รุ่นพี่

ในส่วนของการออกแบบ MSI GP73 8RE Leopard ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดไป แต่คงความเป็นเอกลักษณ์จาก MSI Gameing Series ด้วยโทนสีดำแดงโดดเด่น พร้อมการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมตามแบบฉบับ Leopard และหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 17.3 นิ้ว รวมไปถึงระบบระบายความที่ยอดเยี่ยมจากทาง MSI จึงทำให้โน้ตบุ๊คเครื่องนี้เป็นอีกหนึ่งโน้ตบุ๊คที่น่าจับตามองด้วยราคา 43,900 บาท

MSI GP73 8RE Leopard หนึ่งในโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i7-8750H รุ่นล่าสุดจากแบรนด์ MSI ในรุ่นที่คุ้มค่าตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งด้านการออกแบบ ประสิทธิภาพ การพกพา รวมไปถึงการใช้งาน ซึ่งโน้ตบุ๊ครุ่นนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้งานหน้าจอขนาด 17.3″ อีกทั้งยังเป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับการ์ดจอ NVIDIA Geforce GTX 1060  ทำให้รอบรับการเล่นเกมได้อย่างดีเยี่ยม ไปจนถึงสามารถรองรับการอัพเกรดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานที่สูงขึ้นได้ในอนาคต ที่โดดเด่นด้วยไฟคีย์บอร์ดหลากสีเหมือนกับ GE Series รุ่นพี่

ในส่วนของการออกแบบ MSI GP73 8RE Leopard ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดไป แต่คงความเป็นเอกลักษณ์จาก MSI Gameing Series ด้วยโทนสีดำแดงโดดเด่น พร้อมการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมตามแบบฉบับ Leopard และหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 17.3 นิ้ว รวมไปถึงระบบระบายความที่ยอดเยี่ยมจากทาง MSI จึงทำให้โน้ตบุ๊คเครื่องนี้เป็นอีกหนึ่งโน้ตบุ๊คที่น่าจับตามองด้วยราคา 43,900 บาท

Unbox Preview

Specification

MSI GP73 8RE Leopard เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอใหญ่ 17.3″ ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7- 8750HQ (2.20 – 4.10 GHz) ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ประสิทธิภาพไว้ใจได้ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวบนอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB GDDR5) ที่ทั้ง 2 อย่างนี้ระดับ Desktop มีที่เก็บข้อมูล 1TB 7200 RPM พร้อมรติดตั้ง SSD แบบ M.2 มาตรฐาน SATA 3 ความจุ 128GB มาให้ ส่วนของแรมเองมีมาให้ 8GB แบบ DDR4 หนึ่งแถว อัพเกรดได้สูงสุด 32GB ระบบปฏิบัติการเป็น Windows 10 พร้อมใช้งานทันที

สำหรับหน้าจอ MSI GP73 8RE Leopard มีความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพสูง TN คุณภาพสูง โดยมาพร้อมเทคโนโลยี Wide Viewing Angle Display ให้จอแสดงผลมีมุมมองกว้าง ให้ภาพในการเล่นเกมที่คมชัดสมจริงสมจริงกว่าพาเนล TN ทั่วไป ส่วนสีสันก็อาจจะเป็นรอง IPS ตามเกณฑ์ ส่วนระบบเสียงเป็นลำโพง Giant Speakers 3W x 2 บนซอฟแวร์เสียง Nahimic 3 ขับเสียงได้ดียิ่งกว่า

พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, mini DisplayPort, 2 x USB 3.0, 1 x USB 2.0,  1 x USB 3.1 Type-C, Kensington lock slot, 2-in-1 SD, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11a/b/g/n/ac

สนนราคา MSI GP73 8RE Leopard อยู่ที่ 43,900 บาท ส่วนอีกรุ่นจะต่างกันที่การ์ดจอเท่านั้น กับรุ่น MSI GP73 8RD Leopard โดยจะได้การ์ดจอเป็น GTX 1050Ti ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เหมือนกันหมด สนนราคาอยู่ที่ 39,900 บาท ประกัน 2 ปีส่งซ่อมศูนย์ตามมาตรฐาน MSI

Hardware / Design


สำหรับการออกแบบตัวเครื่อง MSI GP73 8RE Leopard ยังคงเน้นความเป็น Gaming Notebook ที่คงเอกลักษณ์ด้านความสวยงามดุดัน แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ ซึ่งในส่วนตัวเครื่องยังมาพร้อมกับวัสดุอะลูมิเนียมทั้งฝาหลังและด้านในให้ความแข็งแรงทนทาง อีกทั้งยังมีน้ำหนักที่เบากว่าพลาสติกทั่วไปและช่วยให้การระบายความร้อนทำได้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย


ซึ่งขึ้นรูปแบบให้มีรอยต่อน้อยที่สุดให้ความเรียบหรูและโดดเด่นด้วย MSI Sprite Dragon รุ่นใหม่ ในส่วนของหน้าจอขนาด 17.3นิ้ว เรียกได้ว่าฝาหลังใช้ดีไซน์แบบเดียวกับรุ่นพี่ GE73 Raider ที่ดูโฉบเฉียวไม่แพ้กันเลยทีเดียว สริมความดุดันเข้าไปอีก (แต่ไม่มีไฟส่องสว่างออกมา)

ในส่วนของบานพับเป็นแบบบานเดี่ยวขนาดใหญ่ที่สามารถกางหน้าจอได้มากถึง 180 องศา ความหนืดของบานพับกำลังพอเหมาะอีกทั้งยังแข็งแรงทนทาน ในส่วนของงานประกอบก็ยังทำออกมาแน่นหนาถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะดูบอบบางก็ตาม แต่ด้วยวัสดุอลูมิเนียมและขั้นตอนในการผลิตทำให้ตัวเครื่องมีความมั่นคงแข็งแรง ไม่รู้สึกไม่มั่นคงในขณะหยิบจับใช้งานแต่อย่างใด

ซึ่งการออกแบบโดยรวมไม่ว่ามองมุมไหนก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความเป็น Gaming Notebook รุ่นใหญ่ ในส่วนของประสิทธิภาพภายในดูได้จากสติกเกอร์ที่ติดเอาไว้ แสดงถึงชิปประมวลผล Intel Core i7 Gen 8 และฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากมาย

ในส่วนของคีย์บอร์ดมาพร้อมกับคีย์บอร์ดจาก SteelSeries พร้อมแสงไฟสีหลากสีแบบ RGB แบบแบ่งเป็น 4 โซนเสริมความโดดเด่นให้กับตัวเครื่องและสร้างความเด่นชัดให้กับตัวอักษรบนแป้นอีกด้วย ส่วนมุมขวาบนของเครื่องยังมีอีก 3 ปุ่มพิเศษที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ได้แก่ปุ่ม Cooler Boost, เปลี่ยนโปรไฟล์ไฟคีย์บอร์ด และปุ่ม POWER และในส่วนของทัชแพดยังถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่ายไม่หวือหวามากนัก สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหล พร้อมกับปุ่มคลิกซ้ายคลิกขวาแบบแยก

รอบๆตัวเครื่องยังถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานต่าง ๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมถูกจัดวางในส่วนฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของตัวเครื่อง ในส่วนของด้านหลังยังมีช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่อีก 4 ช่อง แบบหลัง 2 และด้านข้างอีก 2 ช่วยให้สามารถระบายอากาศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในส่วนของด้านหน้ายังคงเป็นที่อยู่ของไฟ LED แสดงสถานะของตัวเครื่อง 3 จุด แต่ที่ไม่เหมืนรุ่นอื่นก็คือจะมีช่องลำโพงอยู่ทางขอบตัวเครื่องด้านหน้าแบบแยกซ้ายขวา

ด้านฐานล่างใช้วัสดุพลาสติก ABS งานประกอบแน่นหนาแข็งแรง มียางรอง 4 มุม ยกตัวเครื่องให้สูงขึ้นทำให้มีพื้นที่ลมมากกว่าเดิม ช่วยส่งมวลลมเย็นเข้าช่องดูดลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ในจุดนี้สามารถถอดอัพเกรดเพิ่มแรมความจุสูงสุดถึง 32GB แบบ DDR4

หรือใส่เปลี่ยนใส่เป็น SSD M.2 NVMe ได้ สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลแบบทะลุขีดจำกัด รวมถึงซ่อมบำรุงรักษาทำความสะอาดเครื่องในระยะยาวได้สะดวกสมเป็น Gaming Notebook ตัวแรงใช้งานยาวๆ

โดยรวมแล้วถือว่าเป็นโน้ตบุ๊ค Gaming Notebook ที่ลงตัว ในแบบฉบับของ MSI ซึ่ง MSI GP73 8RE Leopard ที่เน้นในเรื่องของความคุ้มค่าต่อราคา ที่สำคัญด้วยความเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอ 17.3″ ยิ่งทำให้ประสบการณ์ใช้งานเรื่องของการเล่นเกมในโดดเด่นและสะใจเข้าไปอีก ในช่วงราคาที่ไม่สูงจนเกินไปเหมือนพวก GE Series จะเป็นรองก็แค่พาเนลหน้าจอเท่านั้น

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ MSI GP73 8RE Leopard เป็นไฟหลากสี RGB แบ่งเป็น 4 โซน พร้อมเทคโนโลยีใหม่อย่าง Silver Lining Print ขอบโปร่งแสงสวยงาม และยังปรับแต่ง Macrokeys บนคีย์บอร์ดเพื่อใช้ในเกมหรือซอฟแวร์ต่างๆ ผ่าน Steelseries Engine 3 ได้ด้วยเช่นกัน จากการที่ใช้คีย์บอร์ดแบรนด์ SteelSeries ที่ถูกคิดค้นพัฒนาและออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมบน Gaming Notebook จาก MSI โดยเฉพาะทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่ม 10 ปุ่มพร้อมๆ กัน


ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ในระดับนึง ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบปุ่มแยกออกมา โดยการควบคุมสามารถทำได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็มีความนุ่มและเด้งรับได้น่าประทับใจ การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก สัมผัสแบบผิวสากๆ เล็กๆ ทำให้ไม่เป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย และควบคุมได้ง่ายถือเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งที่ดีเลย นอกจากนี้ยังมี Hotkey ตรงมุมขวาบนของชุดแป้นคีย์บอร์ด ไม่ว่าจะเป็นปุ่มเร่งรอบพัดลม หรือเรียกซอร์ฟแวร์ MSI Dragon Center

Screen / Speaker

MSI GP73 8RE Leopard  มีหน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD ที่ 1920×1080 พิกเซล พาเนล TN คุณภาพสูง แบบ Wide View มีมุมมองด้านซ้าย ด้านขวา และด้านล่าง ที่กว้างเกือบเทียบเท่ากับพาเนล IPS แต่ในส่วนมุมมองด้านบนอาจจะทำออกมาในมุมที่ไม่กว้างนัก แต่การใช้งานโดยรวมยังถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าจอแบบ TN ธรรมดา พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare มาตรฐาน eDP แสงสว่างเพียงกับการใช้งานในบริเวณที่มีแสงจ้า เมื่อใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดีไม่แพ้ Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ก็ว่าได้

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่นเล็กน้อย



โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 91% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันแค่พอใช้เท่านั้น ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 235 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กราคาระดับนี้ คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป แต่ถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ควรคาลิเบรตเสียก่อน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องมุมซ้ายล่างเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ไม่มีผิดเพี้ยน แต่สำหรับช่องกลางแถวกลางซ้ายจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปที่ 22% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 3.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ลำโพงยังจัดวางมาในตำแหน่งส่วนของขอบตัวเครื่องด้านหน้าในส่วนด้านใต้เครื่อง แบบ Giant Speakers ขนาด 3W x 2 คุณภาพเสียงเบสให้แน่นลึกยิ่งกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป เพราะชุดลำโพงข้างในขยับได้เมื่อต้องการเสียงทุ่ม c,hตัวลำโพงของ MSI GP73 8RE Leopard ในรุ่นนี้ไม่ได้ผลิตจาก DYNAUDIO เหมือน Series อื่น ๆ แต่ใส่ส่วนของคุณภาพเสียงการใช้งานต่าง ๆ ยังสามารถทำออกมาได้ดี น่าประทับใจให้เสียงที่ดังพอตัว

Inside / Upgrade

การแกะทั้งฝาล่างทั้งหมดของ MSI GP73 8RE Leopard สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ไขน็อตทั้งหมดประมาณ 10 ตัว หลังจากนั้นก็ค่อยๆ แงะแกะทีละส่วนขึ้นอย่างช้าๆ เพียงเท่านี้ก็จะแกะฝาล่างได้ไม่ยากเย็น ส่วนประกอบภายในอื่นๆ  ที่มีงานประกอบเรียบร้อยดี การแกะตัวเครื่องเพื่ออัพเกรดหรือทำความสะอาดของ MSI GP73 8RE Leopard  ก็สามารถทำได้ง่ายและก็สะดวกทีเดียว ซึ่งการแกะฝาล่างของ MSI สามารถทำได้แล้ว โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าประกันจะหลุดแต่อย่างใด ขอแค่ว่าอย่าแกะจนเกิดความเสียหายก็พอ

เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะสามารถอัพเกรดแรม DDR4 ได้อีก 1 แถวทันที (ติดตั้งมาแล้ว 8GB จำนวน 1 แถว) รวมไปถึงสามารถเปลี่ยนหรืออัพเกรด SSD ให้เป็นมาตรฐาน M.2 NVMe หรือจะเพิ่มความจุให้มากกว่า 128GB ด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นก็จะเป็นฮาร์ดดิสก์จานหมุนแบบ HDD ขนาด 2.5″ ที่ต้องบอกว่าสำหรับการใช้งานทั่วไปจนไปถึงเล่นเกมหนักๆ ก็ใช้งานได้แบบไม่จำเป็นต้องอัพเกรดแล้ว

ระบบระบายความร้อนของ MSI GP73 8RE Leopard นั้นมีทิศทางการไหลของลมที่ดีมาก ส่วนที่ใช้ในการพัดลมเข้าออกนั้นจะอยู่ที่บริเวณด้านหลังของตัวเครื่อง 2 ช่อง ซ่อนอยู่บานพับของหน้าจอ โดยมีครีบระบายความร้อนเป็นสีดำซึ่งดูกลืนเข้าไปกับตัวเครื่อง โดยมีการเชื่อมต่อระหว่างส่วนของพัดลมนี้กับชิปกราฟิกและชิปกราฟิกจะทำผ่าน Heat Pipe จำนวน 7 เส้น ที่วางตัวยาวตั้งแต่ส่วนของชิปประมวลเรื่อยมาจนถึงส่วนที่เป็นครีบระบายความร้อนทองแดงทางด้านหลังของตัวเครื่อง

ซึ่งการทดสอบเบื้องต้นบอกได้เลยว่าน่าประทับใจพอตัว แม้สเปกจะแรงเพราะใช้ Core i7-8750H + GTX1060 แต่ความร้อนสูงสุดที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าควบคุมอยู่ โดยมีอุณหภูมิตามาตรฐานสำหรับชิปประมวลผลที่ 90 องศาเซลเซียส และการ์ดจอที่ 72 องศาเซลเซียส ส่วนตัวเครื่องภายนอกนั้นรับรู้สัมผัสได้ถึงความร้อนเล็กน้อย ในส่วนนี้ถือว่าให้ประสบการณ์ที่น่าพอใจทีเดียว

Connector / Thin And Weight

MSI GP73 8RE Leopard เป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 17.3″ ให้การเชื่อมต่อมาอย่างครบถ้วน รองรับทุกการใช้งานในยุคปัจจุบันโดยพอร์ตต่าง ๆ ถูกติดตั้งไว้ทั้งทางด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 3 ช่อง SD Card Reader และช่องต่อไฟอแดปเตอร์  นอกเหนือจากนั้นยังมี RJ45 LAN Killer E2500, Mini Display Port, HDMI, USB 3.1 Type-C, และ Audio 3.5mm  Mic&Headphone แบบแยกออกจากกัน เรียกได้ว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปรวมไปถึงเล่นเกมแบบสุดๆ

มิติของตัวเครื่องโดยรวมเน้นการออกแบบให้มีความบางเบากว่า Gaming Notebook ยุคก่อนๆ โดยยังคงประสิทธิภาพตามแบบฉบับโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมเป็นหลักโดยมีขนาดความมิติต่าง ๆ ที่ ดูพยายามให้เล็กกระชับที่สุด ส่วนน้ำหนักเบาเพียงแค่ 2.7 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งรวมอแดปเตอร์ขนาด 180 Watt แล้วจะหนักประมาณ 3 กิโลกรัม สามารถพกพาได้อย่างสะดวกในมาตรฐานโน้ตบุ๊ค 17.3″ ซึ่งกระเป๋าเองก็อาจจะต้องใบใหญ่กว่ากระเป๋าโน้ตบุ๊คทั่วไปซักหน่อย อย่างไรก็ตามถ้าให้สาวๆ ร่างเล็กแบกอันนี้คงไม่ไหวแน่ ถ้าหนุ่มแบกไปทำงานไปมหาวิทยาลัยได้อยู่

Performance / Software

สเปกภายในของ MSI GP73 8RE Leopard มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i Gen อย่าง Intel Core i7-8750HQ (ว่าที่รุ่นยอดนิยมประจำปี 2018) ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.20 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.10 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core 12 Threads

ที่แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ เรียกได้ว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง Intel Core i7-7700HQ พอตัว มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB DDR4 แบบ 8GB x 1 ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

   

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ที่โดยรวมแล้วให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Intel HD Graphics 630 รุ่นก่อนหน้าแน่นอน เพราะอย่างน้อยๆ ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา

อีกทั้งยังมีกราฟิกการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB) ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซีแบบสบายๆ และแรงกว่า GTX 970M และแรงกว่า GTX 1050/1050Ti แบบรู้สึกได้ เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

   

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนความจุ 128GB แบบ M.2 SATA3 ที่เพียงพอกับการใช้งานทั่วไป แต่ไม่แนะนำให้ติดตั้งเกมขนาดใหญ่ใน SSD นี้ เพราะจะไม่พอเอาได้ ในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 503.1MB/s และเขียนที่ 331.2MB/s ซึ่งถ้าใครอยากเร็วแรงกว่านี้ก็สามารถซื้อ SSD M.2 มาตรฐาน NVMEe ความเร็วก็จะไประดับ 3000 MB/s ไปเลยก็ได้

 

ทดสอบการทำงานฮาร์ดดิสก์ความจุอยู่ที่ 1TB แบบความเร็วรอบ 7200 ที่ติดตั้งมาให้ ด้วยโปรแกรม HD Tune แล้วพบว่าอัตราการถ่ายโอนข้อมูลน้อยสุดที่ 66.8MB/s และสูงสุดที่ 134.3MB/s ทำให้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 107.2MB/s ด้วยกัน มีอัตราการเข้าถึงข้อมูลที่ 15.7 ms ซึ่งนับได้ว่าผลทดสอบที่ออกมานั้นมีความน่าประทับใจทีเดียว เรียกได้ว่าทำได้ดีกว่าฮาร์ดดิสก์ปกติที่ 5400 รอบแบบรู้สึกได้เวลาเข้าเกมโหลดเกม

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 6 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-8750H ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB) ออกมาได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับยังใช้แรม 8GB DDR4 รวมไปถึง SSD ก็ส่งผลช่วยด้วย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง FarCry 5 / GTA V / BF1 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว กับช่วงของเฟรมเรม Hz หน้าจอที่ 60

เกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 / Overwatch / PUBG ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 90 ขึ้นไปตลอด แต่ในส่วนของเกม PUBG อาจจะมีเฟรมเรทตกไปต่ำกว่า 60 บ้าง ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะเป็นเกมออนไลน์ที่กินทรัพยากรพอตัวเหมือนกัน ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่

MSI DRAGON CENTER Version 2 เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ออกแบบและพัฒนาโดย MSI ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้า จุดเด่นคือใช้งานง่ายและสามารถช่วยเหลือ และ จัดการการปรับแต่งตั้งค่า MSI Gaming Notebook ได้อย่างลงตัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ของทาง MSI ก็ว่าได้ ซึ่งแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยหน้าเมนูมีอาทิเช่น

  • System Monitoring : ตรวจสอบสถานะเครื่อง (ประสิทธิภาพ,ความเร็วของพัดลม,ความร้อน)
  • System Tuner : ปรับแต่งตั้งค่าการใช้งานต่างๆของ MSI Gaming Notebook
  • LED Wizard : ปรับแต่งไฟคีย์บอร์ด RGB ตามความต้องการ
  • Gaming Mode : ตรวจสอบว่าเครื่องมีเกมไหนอยู่ พร้อมปรับแต่งเล่นเกมให้
  • Voice Wizard : ปรับแต่งด้านเสียง หรือเร่งคุณภาพเสียง
  • Mobile Center : ทำการเชื่อมต่อกับมือถือ
  • Tools & Help : ติดต่อ MSI และ ฟังก์ชั่นช่วยเหลือต่างๆ ที่จำเป็น

หรือจะย่อเป็นหน้าต่างโปรแกรมเล็กๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน ก็ดูเก๋ๆ ไปอีกแบบ สะดวกใช้งานด้วย

 

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน MSI GP73 8RE Leopard เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติความจุที่ 4500 mAh ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราว 3 ชั่วโมงโดยประมาณ ดังนั้นเวลาใช้งานจริงโดยปรับความสว่างหน้าจอและเสียงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะทำให้แบตเตอรี่มีระยะเวลาใช้งานยาวนานกว่านี้แน่นอน (หรือใช้งานหนักๆ ก็ลดลงไปอีก)

สำหรับอุณหภูมิเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 30 – 40 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 27 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของตัวเครื่องอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 90 องศาเซลเซียส สำหรับซีพียู ส่วนการ์ดจออยู่ที่ร้อนไม่เกิร 72 องศาเซลเซียส ส่วนเสียงพัดลมก็ดังพอสมควร แต่ก็ไม่ถือว่ารบกวนอะไรมากมายสำหรับคนที่เล่นเกมอยู่แล้ว โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี

Conclusion / Award

สรุปรีวิว MSI GP73 8RE Leopard เป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 17.3″ เน้นคุ้มค่ากว่า GE Series ที่ติดตั้งการ์ดจอตัวแรงระดับกลางค่อนบนอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 ด้วยความสมบูรณ์แบบในความเป็นโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมจากประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ทำได้ดี กับราคา 43,900 บาทถือว่าคุ้มค่าน่าซื้อ

ด้วยชิปประมวลผล Intel Core i7-8750H ที่เป็น Core i Gen 8 บนแรม DDR4 ที่อัพเกรดได้ถึง 32GB ที่สำคัญคือควบคุมความร้อนได้แบบมีเสถียรภาพผ่านชุดระบายความร้อน Cooler Boost 5 เรียกได้ว่าเล่นเกม 3 มิติได้ลื่นๆ ไม่มีความร้อนมารบกวนขนาดทำให้มีปัญหา โดยจุดเด่นที่เหนือชั้นกว่ารุ่นเดิมๆ ก็คือได้ไฟคีย์บอร์ดหลากสีแบบ RGB เหมือนกันรุ่นพี่ GE Series อีกด้วย

อีกทั้ง MSI GP72 7REX Leopard Pro ยังมีคุณสมบัติอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลำโพง Giant Speakers ระบบเสียง Nahimic 3 , Killer Network พร้อมกันนั้นยังรองรับการเชื่อมต่อ USB 3.1 Type-C ที่ครอบคลุมใช้ประโยชน์ได้จริงและทันสมัย และขาดไม่ได้เลยสำหรับ MSI Dragon Center ที่บอกได้เลยว่าไม่มี Gaming Notebook แบรนด์ไหนให้ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ได้มากมายขนาดนี้ในราคานี้ ส่วนแนวทางการอัพเกรดแค่ใส่ SSD M.2 NVMe อีกซักตัวก็ใช้งานได้แบบลื่นไหลสุดๆ แล้ว

เอาเป็นว่าเพื่อนๆ ท่านไหนที่สนใจ Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 17.3″ ที่ให้ประสิทธิภาพต่อราคาคุ้มค่าล่ะก็ MSI GP73 8RE Leopard น่าจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุดรุ่นหนึ่งทีเดียว ที่ 43,900 บาท ซึ่งแม้ว่าจะเป็นรองในส่วนของ GE Series อยู่ที่บ้าง ในส่วนของหน้าจอที่ไม่ใช้พาเนล IPS ลำโพงไม่ใช่ DYNAUDIO รวมไปถึงดีไซน์การออกแบบอาจจะดูดุดันน้อยกว่านิด แต่โดยรวมแล้วถือว่ามีความคุ้มค่ากว่าพอสมควร ใครตั้งใจจะซื้อ สามารถสอบถามไปที่ MSI Gaming Shop หรือร้านจำหน่ายโน้ตบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศกันได้เลย

ข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจเกมเมอร์ งานประกอบแน่นวัสดุดี
  • หน้าจอขนาด 17.3″ ความละเอียด Full HD เล่นเกมได้สะใจกว่า 15.6″
  • สเปคสูงมากทั้ง Core i7-8750H และการ์ดจอ GeForce GTX 1060
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครันทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.0, HDMI, USB 3.1 Type-C และ Mini DisplayPort
  • รองรับไดร์ฟ SSD แบบ NVMe M.2 ให้การเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วสูง
  • ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง
  • คีย์บอร์ด SteelSeries ปรับเปลี่ยนสีไฟได้ Silver Lining Print ให้แสงสดใสสวยงาม

เครดิต : https://notebookspec.com/review-msi-gp73-8re-leopard-gaming-notebook/449141/

Share.

About Author

Leave A Reply