ViVO V11 โอววววว์ เมื่อสมาร์ทโฟนราคาหมื่นต้นมาพร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอและสเปคครบครัน !!

0

Preview : ViVO V11 เมื่อสมาร์ทโฟนราคาหมื่นต้นมาพร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอและสเปคครบครัน !!

Preview : ViVO V11 เมื่อสมาร์ทโฟนราคาหมื่นต้นมาพร้อม
ระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอและสเปคครบครัน !!

วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของ ViVO ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปหมาดๆเมื่อวานนี้เองกับ ViVO V11 นั่นเอง รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นการกลับมาของซีรีส์ V ที่เพิ่มจุดเด่นทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์และฟีเจอร์มาอย่างมากเลยทีเดียว อะ…มาเริ่มกันเลยดีกว่าเนอะ อย่ารอช้าเลย

ดีไซน์ใหม่ พร้อมชื่อเรียกใหม่ !

มาเริ่มกันที่เรื่องของดีไซน์รูปลักษณ์กันก่อนเลย ViVO V11 มาพร้อมกับดีไซน์หน้าจอแบบใหม่ล่าสุด พร้อมกับชื่อเรียกเกร๋ๆว่า Halo FullView Display โดยตัวหน้าจอก็มีการลดขนาดติ่งบนหน้าจอให้เล็กลงไปอีกอย่างที่เทรนด์ช่วงนี้ควรจะเป็น ขนาดหน้าจอก็ใหญ่เต็มที่มาเลยถึง 6.41 นิ้ว ความละเอียด FHD+ แสดงผลได้เต็มตาด้วยชนิดหน้าจอแบบ Super Amoled สวยคมสุดๆ

ติ่งบนหน้าจอที่ถูกลดขนาดลงไปเพราะว่าลดมาเหลือเพียงกล้องหน้าอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนตัวลำโพงสนทนาก็เลื่อนขึ้นไปอยู่ที่ด้านบนสุดแทนครับ

ด้วยการใช้สัดส่วนหน้าจอแบบ 19.5:9 พร้อมกับตัวติ่งบนหน้าจอที่เล็กลงมาเหลือเพียงเท่านี้ ทำให้ตัวหน้าจอที่เทียบกับตัวเครื่องนั้นทำได้มากถึง 91.27% กันเลยทีเดียว ใช้พื้นที่ได้เต็มสุดๆ ตัวเครื่องเลยไม่ได้ใหญ่มากเมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอ 6.41 นิ้ว จับถือได้พอดีมืออยู่ครับ

บอดี้และวัสดุความความคล้ายกับตอน V9 อยู่ขอบตัวเครื่องเป็นพลาสติกเคลือบมันมีความแหลมเล็กน้อย แอบทำให้เจ็บเวลาจับเครื่องแบบเต็มมือหรือบีบแบบแน่นๆนะ

ตัวปุ่มกดอยู่ที่มุมขวาของตัวเครื่อง แบ่งเป็นปุ่มยาวคือปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

ช่องใส่ซิมของรุ่นนี้จะอยู่ที่ด้านซ้ายมือของตัวเครื่อง โดยถาดซิมจะเป็นแบบ 3 Slot ใส่ได้ทั้ง 2 ซิมและ Micro-SD เลยครับ

พอร์ตการเชื่อมต่อของรุ่นนี้ยังเป็นแบบ Micro-USB อยู่นะครับ และช่องหูฟังก็ยังมีมาด้วยเหมือนเคย พร้อมไมโครโฟนและลำโพงหลักของตัวเครื่องอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่องนี่แหละครับ

ฝาหลังของรุ่นนี้มีความโค้งแบบ 3D รับรูปมือได้ดีครับ แต่ที่น่าสนใจจริงๆคือสีสันที่ให้มาบนรุ่นนี้ เพราะมีการใช้ดีไซน์แบบไล่เฉดสีเข้ามาร่วมด้วยแล้ว ซึ่งสีที่เราได้มาก็คือ Starry Night ตรงนี้ทาง ViVO บอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน ไล่เฉดจากสีดำลงมาถึงฟ้าได้อย่างสวยงามดีทีเดียว

ตัดขอบเข้ากับสีทองของกรอบเลนส์และสีบนโลโก้ของ ViVO ได้อย่างดีทีเดียว ตำแหน่งกล้องวางอยู่ที่มุมซ้ายบนของตัวเครื่องเหมือนเดิมครับวางลงมาเป็นแนวตั้งด้วย

รวมๆแล้วดีไซน์ถ้าหมายถึงการจับถือต่างๆไม่ต่างจากตอน V9 มากนัก แต่ที่น่าสนใจจริงๆคือเรื่องของสีสันที่รอบนี้ดูมีมิตและสวยขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว สำหรับ ViVO V11 จะมาด้วยกัน 2 สีคือ Starry Night และ Nebura แบ่งเป็นโทนมืดและสว่างไปเลย แล้วแต่สไตล์ความชอบเนอะ

ที่ต่างจริงๆคงเป็นเรื่องของระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอนี่แหละครับ หลังจากที่เราได้เคยเห็นกันครั้งแรกบน X21 เมื่อหลายเดือนก่อน รอบนี้ก็เริ่มมาใช้งานบนซีรีส์ V เรียบร้อยแล้ว โดยตัวเซ็นเซอร์ยังคงซ่อนอยู่ที่ตำแหน่งเดิมนั่นล่ะ การใช้งานทั่วไปเราจะไม่ได้รู้สึกผิดแปลกอะไร แต่ถ้าตั้งค่าเรียบร้อยก็จะมีโผล่ออกมาในหน้าจอตอนล็อคเลยล่ะครับ

สเปค ViVO V11

  • หน้าจอ Super Amoled ขนาด 6.41 ความละเอียด FHD+ (อัตราส่วน 19.5:9)
  • ซีพียู Snapdragon 660 AIE Octa-core 2.2GHz
  • จีพียู Adreno 512
  • แรม 6GB
  • ความจุ 128GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 3400 mAh
  • รองรับระบบชาร์จไว Dual-Engine Fast Charge
  • กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลังคู่ 12 + 5 ล้านพิกเซล f/1.8 + f/2.4
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • รองรับสแกนใบหน้า
  • รองรับ 2 ซิม (ถาดซิมแบบ 3 Slot)
  • รัน Android 8.1 Oreo ครอบด้วย FunTouch OS 4.5
  • ขนาดตัวเครื่อง 157.91 x 75.08 x 7.9 มม.
  • น้ำหนัก 156 กรัม
  • ราคา 13,999 บาท

ถ้ามองในมุมของสเปคต้องบอกเลยว่าจัดมาให้สูงดีทีเดียว ในส่วนของหน่วยประมวลผลจัดมาให้เป็นตัวกลางสเปคดี Snapdragon 660 AIE, แรม 6GB, ความจุภายใน 128GB เรียกว่าจัดเต็มมาเลยทีเดียวสำหรับรุ่นหมื่นกลางแบบนี้เนาะ

ระบบปฏิบัติการ Funtouch เวอร์ชั่นล่าสุด

ในเรื่องของระบบปฏิบัติรุ่นนี้มาพร้อมกับ Android 8.1 Oreo ที่ครอบมาด้วย FunTouch OS 4.5 อีกที ซึ่งถือว่าเป็นตัวล่าสุดของ ViVO แล้ว หน้าตาดูเรียบมากขึ้น มีระบบการใช้งาน Gesture แบบเต็มรูปแบบ รูปนิ้วขึ้นเพื่อสั่งการแทนปุ่ม Navigation Key ด้านล่างได้ด้วย

สแกนนิ้วบนหน้าจอ สแกนหน้าไปพร้อมกันได้ด้วย !

ไฮไลท์หลักของรุ่นนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอนี่แหละ ซึ่งเจ้า V11 นี้ก็สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหล การทำงานยังมีความหน่วงกว่าสแกนนิ้วแบบทั่วๆไปอยู่นิดหน่อย การแตะสแกนอาจจะต้องแช่ไว้สักครู่ ไม่เหมือนกับแบบปกติที่แตะปุ๊บก็ติดปั๊บเลย แต่ส่วนตัวก็ถือว่าทำได้ดีครับ ชอบตรงเอฟเฟกต์การสแกนที่มีไฟวิ่งวาบขึ้นมาแบบนี้จริงๆ

ส่วนใครที่กังวลว่ามันจะช้าไม่ชอบ ก็เลือกมาใช้ระบบสแกนใบหน้าแทนได้ ซึ่งตัวสแกนใบหน้าของ V11 นี้ทำได้เร็วมาก กดปลุกจอปุ๊บถ้าใบหน้าเราอยู่ในตำแหน่งที่สแกนได้ทันทีหน้าจอก็จะปลดล็อคให้แบบที่เราไม่ทันตั้งตัวเลยล่ะ

หรือจะรวมกันไปเลยก็ช่วยให้เร็วขึ้นได้อีกนะ ! ถ้าระบบสแกนนิ้วแอบดูช้าเกินไปหน่อย ทาง ViVO ก็มีทางเลือกในการเพิ่มการทำงานร่วมกันของระบบสแกนลายนิ้วมือและสแกนใบหน้าควบคู่กันเพื่อเพิ่มความเร็วและความปลอดภัยเข้าไปอีก เพราะเมื่อเราแตะสแกนที่ปุ่มสแกนนิ้วตัวระบบจะใช้กล้องหน้าสแกนใบหน้าเราไปพร้อมกันช่วยให้ไม่ต้องวิเคราะห์ตัวลายนิ้วมือนานเพราะใช้หน้าสแกนไปด้วย แบบนี้รวดเร็วขึ้นเยอะครับ

กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซลมี AI Face Beauty !

ในเรื่องกล้องหน้า ViVO ยังคงเน้นอยู่เช่นเคย โดยรุ่นนี้เพิ่มความละเอียดกล้องหน้ามามากถึง 25 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ AI Face Beauty กับเขาด้วย ทีนี้เวลาจะเซลฟี่ก็ไม่ต้องกลัวหน้าไม่สวยแล้วนะจ๊ะ

กล้องหลังคู่พร้อม AI อีกเช่นกัน

ในส่วนของกล้องก็ให้มา 2 ตัวแบ่งเป็นความละเอียด 12 + 5 ล้านพิกเซล ในตัวหลังเป็น Dual Pixel ที่มีค่ารูรับแสง f/1.8 ส่วนตัวที่ 2 ให้มาที่ 5 ล้านพิกเซล f/2.4 ช่วยในการวัดระยะตื้นลึกในโหมด Portrait นั่นเองครับ

ราคาและวันวางจำหน่าย

สำหรับราคาค่าตัวของ ViVO V11 นั้นจะอยู่ที่ 13,999 บาท เริ่มเปิดให้จองล่วงหน้าในวันที่ 8 – 15 กันยายนนี้ ก่อนที่จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 กันยายนนี้ โดยจะวางจำหน่ายทั้ง 2 สีอย่างที่แจ้งไว้คือ Starry Night และ Nebura ครับผม

สรุป !

ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ ViVO ที่น่าสนใจไม่น้อยด้วย ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆของ ViVO ทั้งเรื่องของระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอกล้องคู่และสเปคที่จัดมาอย่างครบครัน  ใช้งานได้เป็นอย่างดี ในราคาที่ไม่สูงมากนัก ใครที่ต้องการสมาร์ทโฟนเทคโนโลยีล้ำแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆในช่วงนี้เลยล่ะครับ 😀

เครดิต : https://techxcite.com/topic/28983.html

Share.

About Author

Leave A Reply